“7 vs 10” การกลับมา และ การโน้มน้าว

“7 vs 10” การกลับมา และ การโน้มน้าว


การกลับมาแมนเชสเตอร์ของ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" คือสัญญาณที่ดี ตามกำหนดการที่ถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้วหลังจากทีมกลับมายังอังกฤษ เพื่อจะคุยอนาคตกับเทนฮากให้เรียบร้อยว่าอยู่หรือไป เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะได้รู้กันว่า เทน ฮาก จะกล่อมโรนัลโด้เอาไว้ได้หรือไม่ ในยามที่สโมสรและเขาต้องการเก็บดาวเตะชาบูแพะ(GOAT)รายนี้ไว้ แต่ที่แน่ๆ แค่กลับมาเคลียร์ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆแล้ว จะอยู่หรือไปไม่มีใครมีปัญหาแน่นอน

ในที่สุด คนที่เรารอคอยอยากจะให้กลับมาเคลียร์อนาคตต่างๆให้ชัดเจนก็กลับมาแล้วจริงๆ ในสัปดาห์ที่ทีมหมดธุระกับปรีซีซั่น และเดินทางกลับมาถึงเมืองแมนเชสเตอร์แล้วตั้งแต่เมื่อวาน

เป็นไปตามคาดการณ์จริงๆ มีข่าวรายงานจาก David Ornstein ว่า Cristiano Ronaldo เดินทางกลับมา Manchester แล้ววันนี้ และจะเข้าพูดคุยอนาคตกับแมนยูไนเต็ด ซึ่งยังไม่แน่ว่ากองหน้าวัย 37 ปีรายนี้จะลงซ้อมหรือไม่ แต่จุดยืนของสโมสรก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ขายเขา และคาดหวังให้เขาอยู่เป็นส่วนสำคัญของทีมในซีซั่นหน้า

ตามภาพล่าสุดนี้เลย จากรายงานของ Ornstein และ Romano ที่นำไปรายงานต่อ

ถือว่าเป็นช่วงเวลา “ตามการคาดการณ์” แบบเป๊ะๆของศาลาผี ที่มองว่าโด้น่าจะกลับมาแล้วแหละในสัปดาห์นี้เลย เพราะช่วงเวลาที่เขาแจ้งลาสโมสรไปด้วยเหตุผลเรื่องครอบครัวนั้น คือช่วงต้นๆของทัวร์เอเชีย

หลังจากนั้นประมาณ 4-5 วันก็เริ่มมีภาพฝึกซ้อมของเจ้าตัวออกมาให้เห็นเรื่อยๆว่า กลับมาฟิตร่างกายให้เตรียมพร้อมไว้แล้ว

แปลว่าภาพแรกที่แกโพสต์นั่น คือหลังจากที่จัดการเรื่อง Personal Issues เสร็จเรียบร้อยแล้ว

(หลังจากนั้นก็มีการซ้อมอยู่ที่บ้านเกิดอยู่ด้วยตอนที่ทีมบินออกจากอังกฤษไปแล้ว
อย่างที่มีการจับภาพได้ที่ลิสบอน
นักเตะทีมเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดที่บินไปซ้อมที่นั่น ก็ยังแปลกใจอยู่เลย
กับภาพที่เขาเห็นโรนัลโด้ซ้อมอยู่สนามข้างๆที่นั่น
ในแคมป์ที่ลิสบอนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา)

ซึ่งในเวลาที่โด้ซ้อมด้วยตัวเองนั้น
ทีมยังอยู่ที่ออสเตรเลียอยู่

ดังนั้นตาม “ไทม์ไลน์ที่น่าจะเป็นไปได้” ก็คงจะต้องรอทีมกลับมาจากทัวร์ปรีซีซั่นก่อน โด้ถึงจะกลับมายังสโมสรเพื่อพูดคุยกับผู้จัดการทีม
และ clarified ตัวเองให้เรียบร้อยว่า จะเอายังไง อยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ

ถ้าจะมองว่าช่วงต้นทัวร์แกลาไปเพราะธุระส่วนตัว และถึงเวลาที่เสร็จเรียบร้อย + ทีมหมดภารกิจ กลับมายังอังกฤษในสัปดาห์นี้ แกก็รีบมาจัดการเรื่องตัวเองให้เรียบร้อย สำหรับผมถือว่า มันโอเคนะ ไทม์ไลน์มันก็ปกติ

ภาพที่โด้มาแมนเชสเตอร์ในทันทีที่เริ่มสัปดาห์นี้ ทำให้ผมหมดความหงุดหงิดที่เคยบ่นๆกับแฟนเพจ ศาลาผี
ให้ฟังเล็กน้อยว่า สิ่งที่ผมไม่โอเคกับแกก็คือ การที่ไม่ยอมเคลียร์อะไรเลยให้ชัดเจน มันทำให้หลายคนกังวล

บางคนถึงกับเสียศรัทธาไปเลยด้วยซ้ำเพราะคิดว่าทำตัวเหมือนดิมาเรีย จริงๆมันไม่เหมือนเคสดิมาเรียเลย ทางนี้โรนัลโด้ก็แจ้งสโมสรก่อนแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่หายตัวไปเลยแบบรายนั้น แถมเมื่อทีมเสร็จภารกิจ โรนัลโด้ก็กลับมาสโมสรตามปกติ

ใครที่คิดว่าโด้ทำตัวเหมือนดิมาเรียก็ควรจะแยกแยะกันสักหน่อยว่าบริบทมันต่างกันมากๆ

ดังนั้น ปัญหาที่ผมเคยบ่นๆคริสเตียโน่เอาไว้เหมือนกัน ตอนนี้คิดว่าส่วนหนึ่งเคลียร์แล้ว เพราคิดมาตลอดว่า เป็นเพราะภารกิจปรีซีซั่นนี่แหละที่มันทำให้ต้อง “รอเวลา” จนกว่าจะเสร็จงาน โรนัลโด้แกถึงจะเข้ามาเคลียร์ทุกอย่างด้วยตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

ตอนนี้ถึงเวลาที่ว่าแล้ว เรื่องความไม่ชัดเจนก็น่าจะใกล้ชัดเจนขึ้นในไม่ช้านี้ เพราะโด้กลับมายังแมนเชสเตอร์เพื่อที่จะเคลียร์กับต้นสังกัดและผู้จัดการทีมให้เรียบร้อย อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้

โด้มีสัญญาสองปีที่ยังสามารถ triggered ออกไปอีกหนึ่งปีได้อีก ความเป็นไปได้ยังเกิดขึ้นได้อีกหลายรูปแบบ แม้กระทั่งการออกไปยืมตัวสโมสรอื่นก่อนในปีนี้ที่ไม่มีUCL แล้วกลับมาอีกทีปีหน้ายังเป็นไปได้เลย

(แต่คิดว่าคงไม่ใช่แนวทางนี้ เพราะภาพลักษณ์มันดูแย่หนักกว่าเดิม เหมือนอยู่กับเราเฉพาะเวลาได้เตะUCLอย่างเดียว มันดูไม่หล่อเท่าไหร่ คิดว่าคงไม่เป็นแบบนี้หรอกครับ โด้มันไม่ใช่คนที่จะยอมให้ตัวเองดูแย่แบบนั้นแน่ๆ)

สิ่งที่แฟนผีต้องการ มีแค่ “ความชัดเจน” เท่านั้นเอง และเป็นสิ่งที่โรนัลโด้กำลังจะทำนี่ล่ะ

บทสรุปของการกลับมาครั้งนี้ ยังไม่ได้แปลว่าเขาจะอยู่ต่อกับเราเลยทีเดียว

แต่เป็นการกลับมาเพื่อจะเคลียร์กันโดยตรงกับสโมสร และที่สำคัญคือ เขาต้องการพูดคุยกับผู้จัดการอย่างเอริค เทน ฮาก ด้วย นั่นคือประเด็นสำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจ

ที่ไม่ว่าแกจะตัดสินใจยังไง ไม่ซีเรียสเลย อย่างน้อยกลับมาเคลียร์ก็คือจบแล้ว

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นการที่เขา “อยู่ต่อ” เป็นกองหน้าตัวเป้าคนสำคัญของทีมต่อ หรือเลือกที่จะ “ย้าย” สโมสรเพื่อโอกาสประสบความสำเร็จในระดับสูง ทั้งการคว้าแชมป์ลีก / UCL

จะเป็นอะไรเราก็โอเคทั้งนั้น อย่างที่ผู้เขียนยืนยันมาตลอดว่าทางไหนมันก็ดี เราไม่มีปัญหา ปัญหาคืออยากให้เคลียร์แค่นั้นเอง คือจะเลือกทางไหนแฟนผีก็ไม่มีใครว่าทั้งนั้นแหละ อยู่ต่อคนที่รักแกก็ดีใจอยู่แล้ว

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ยังคงเห็นว่า มิติการเข้าทำของโรนัลโด้ยังจำเป็นกับทีมอยู่ เพราะกองหน้าที่มีอยู่ในทีมตอนนี้ ยังไม่เพียงพอต่อการเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพครบทุกมิติในการทำเกมรุก

นักเตะที่ตัดสินเกมได้แบบ CR7 ที่เล่นได้ทุกรูปแบบในการจบสกอร์ จำเป็นมากสำหรับทีมเราที่ในแผงแนวรุกมีแต่ตัว Forward เต็มไปหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับทีมๆหนึ่งที่ขาดstriker สายที่มีความเป็น Target Man อยู่ในตัวด้วยเช่นโรนัลโด้

ในเวลาที่มีข่าวร้ายๆของเขาอยู่ช่วงนี้ ก็กลายเป็นช่วงเวลาที่เหล่าคนที่มีอคติกับโด้อยู่แล้ว พยายามจะเอาเรื่องต่างๆมาโจมตีเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องฤดูกาลที่แล้ว ที่ยังคงพูดแบบเดิมๆว่า เพราะโรนัลโด้ ทำให้ทีมตกต่ำ ถ้าโด้ไม่เข้ามา โซลชาจะยังอยู่

แน่ใจจริงๆเหรอ กับอีแค่เอาสถิติตัวเลขของทีมมาแปะๆให้ดูว่า ปีที่ไม่มีโรนัลโด้ ค่าสถิติดีกว่า พอโด้เข้ามา สถิติทีมแย่ลง แล้วสรุปเหมารวมแบบ “มั่วเอาเอง” ว่า ทีมแย่ลงเพราะโรนัลโด้??



คำถามคือ ได้ดูทีมเล่นจริงๆรึเปล่า กับระบบการเล่นที่อ่อนปวกเปียก นักเตะ outfield แทบไม่เคลื่อนที่ ยืนรอบอล ร่างกายสู้ไม่ได้ ความฟิตมีแค่ 70นาทีแล้วหลังจากนั้นเกมดรอป ระบบการ build-up บอลจากแดนหลังที่มีปัญหาทุกครั้งที่เจอกับเกม High-pressing

ปัญหาอยู่ที่การเล่นของทั้งทีมที่แย่มากๆ รวมถึงการจัดการของผู้จัดการทีมสองคนอย่างโซลชา และ ราล์ฟ รังนิค ที่ควบคุมสถานการณ์ในทีมไม่อยู่ ขาดความชัดเจน นักเตะเองก็ขาดความมั่นใจกันไปหมด

ปัญหาของทีมไม่ใช่การเข้ามาของโรนัลโด้เลย อย่างที่บางคนพยายามจะโทษแต่ว่ามันทำให้นักเตะบางคนคอยพะวงจะส่งให้แต่โรนัลโด้ ทั้งๆที่แกลงต่ำมาช่วยทำเกมอยู่ตลอดทั้งซีซั่น แม้กระทั่งเกมรับที่โขกลูกโด่งออกให้ทีมไปเยอะมากๆ

แล้วอย่างที่ ศาลาผี
พูดบ่อยๆว่า การจะพยายามหยิบยก “ตัวเลข” ต่างๆในเน็ตเอามา “แปะ” แล้วคิดว่าสิ่งนั้นคือความถูกต้อง น่าเชื่อถือ มันทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะตัวเลขสถิติสะท้อนได้เพียงแค่ด้านเล็กๆเท่านั้น แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง

ผมเห็นบางคนสรุปแบบบ้องตื้นด้วยการเอา xG xGA จำนวนประตูได้เสีย ฯลฯ แยกปีที่มีโด้ กับไม่มีโด้มาให้ดู แล้วสรุปไปเลยว่า “เพราะโด้มา ทำให้ทีมแย่ลง” แค่ตัวเลขพวกนี้ที่มันดรอปลง

แต่คุณไม่แตะความผิดพลาดอื่นๆเลย เช่นระบบการเล่นห่วยๆของทีม การทำเสียบอลครั้งแล้วครั้งเล่าของนักเตะตัวรุกคนอื่นๆในทีม ก่อนที่บอลจะไปถึงโรนัลโด้ซะอีก

หลายครั้งที่โรนัลโด้ควรได้แอสซิสต์ เพื่อนก็ยิงไม่เข้า หรือจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนที่โด้ off the ball ยืนในตำแหน่งที่ดีที่สุด แต่เด็กบางคนอย่างแรชฟอร์ด หรือ กรีนวู้ด ไม่คิดจะส่งบอล และฝืนยิงเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า..

ความเปื่อยยุ่ยของเกมรับ ที่เซ็ตบอลก็ไม่ได้ ป้องกันก็ไม่ได้ ทั้งยังความผิดพลาดส่วนตัวของนักเตะบางคนที่ฟอร์มตก โดยเฉพาะแฮรี่ แมกไกวร์ จนเดเคอาต้องเซฟจนตีนออกแสงเวล99ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งปี ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น

เหตุผลมีเยอะแยะมากในปีที่แล้วว่าทำไมเราถึงประสบปัญหาหนักขนาดนั้น แต่แฟนบอล “บางคน” ก็ได้โอกาสในช่วงนี้ รีบออกมาโจมตีว่า ทุกอย่างเป็นเพราะโรนัลโด้

ถ้าผมเป็นแก ย้ายกลับมาด้วยความรักสโมสร ยิงแบกทีมแทบตายในยามที่ระบบทีมและสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยกับแกเลย เป็นผมก็คงรู้สึกแย่มากๆ เพราะมันเหมือน ทำคุณบูชาโทษ พยายามทำดีแทบตายเพื่อให้แฟนบอลที่มีระบบความคิดแบบนี้ด่าเล่นกันสนุกปาก และสร้างความเข้าใจผิดๆต่อไปคนอื่นว่าด้วย เพราะโด้เข้ามา ทำให้ทีมแย่

แต่ไม่ดูเลยว่า รากมันเน่ามานานแล้วทั้งบอร์ดบริหาร ทั้งตัวผู้จัดการทีมที่คุณภาพการบริหารไม่ถึง รวมถึงนักเตะในทีมที่พากันปล่อยจอยกันหมด

แม้กระทั่งเหตุผลที่เขาลาทีมช่วงปรีซีซั่นไปด้วยเรื่องส่วนตัว คุณยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรื่องความเป็นจริงเขามีเหตุผลส่วนตัวอะไร ก็หยิบไปด่ากันหมดแล้ว ไม่ว่าแม่เขาจะไม่ได้ป่วย หรือภรรยาของเขาก็ยังอยู่กับลูกๆอยู่ก็ตาม

เพราะถ้าที่ด่าไปว่าโด้ไม่ยอมมารายงานตัวเพราะจะบีบย้าย หรือบีบสโมสรให้เสริมทีมดีๆ(ก็ซื้อมาตั้ง3-4ตัวนี่แล้ว ไม่น่าใช่เหตุผลนี้แน่ๆ)

ถ้าเหตุผลจริงๆของเขาคือการเคลียร์ปัญหาภายในครอบครัวจริงๆ ที่เขาที่จำเป็นแจ้งลาสโมสรเพื่อกลับบ้านไปเคลียร์ล่ะ?

คนเหล่านั้นจะกลับมาโพสต์ขอโทษที่ปากไวด่าไปแล้วหรือไม่? ผมก็ว่าไม่มีใครขอโทษแน่ๆ เพราะถือว่าโด้เป็นคนสาธารณะที่อยากจะด่าอะไรก็ได้กระมัง?

ดังนั้น เมื่อทุกอย่างมันถึง “เวลา” อันสมควร เขาก็มาแล้วจริงๆ และผมเริ่มพอจะมองออกแล้วว่า ทำไมโรนัลโด้ยังไม่ให้คำตอบอะไรเลยเกี่ยวกับอนาคตของเขา

สาเหตุที่เงียบมาตลอด เป็นเพราะว่า “เขาคงจะต้องการพูดคุยเรื่องนี้โดยตรงกับผู้จัดการทีมก่อน”นั่นเอง

เขาคงไม่ได้อยากจะพูดอนาคตของตัวเองที่ยังไม่ชัวร์ ผ่านสื่อผ่านอะไรโดยตรง ยกเว้นว่านานๆทีที่เขาไปตอบได้ เช่นที่ไปปฏิเสธข่าวย้ายกลับสปอร์ติ้งอย่างรวดเร็วนั่นแหละ

ในระหว่างที่เอเย่นต์ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ในการสรรหาความเป็นไปได้ เผื่อลูกค้าของเขาจะต้องการย้ายไปทีมที่มีลุ้นจะคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่

ใส่เสื้อบาเยิร์นเท่สุดแล้ว

การพูดคุยกับ เอริค เทน ฮาก เพื่อให้ชัดเจนในเรื่องของการทำทีม และมุมมองนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะตัวโด้เอง เอาจริงๆเขายังไม่มีโอกาสคุยกับเอริค โดยตรงเลยสักครั้ง

อาทิตย์นี้น่าจะเป็นการคุยกันแบบแมนๆตรงๆไปเลยให้ชัดเจน เอริคไม่อ้อมค้อมอยู่แล้ว โรนัลโด้ก็เช่นกัน

เนื้อหาข่าวจากบทความของดิแอธเลติก ให้รายละเอียดในเรื่องนี้เอาไว้ ซึ่งผมจะเขียนแปลออกมาทั้งหมดเพื่อให้เห็นรายละเอียดการรายงานจาก เดวิด อ่อนเสถียร ในรายงานครั้งนี้

By David Ornstein

July 26, 2022Updated 12:23 AM GMT+7

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เดินทางกลับมาสู่ประเทศอังกฤษเพื่อที่จะพูดคุยกับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเกี่ยวกับอนาคตของเขา ตามความเข้าใจของ The Athletic

โรนัลโด้ยังไม่ได้ทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมคนใหม่ของเขาอย่าง Erik ten Hag เนื่องจากเขาพลาดเกมปรีซีซั่นที่ไปทัวร์เมืองไทย และออสเตรเลีย โดยอ้างอิงถึงเรื่องเหตุผลทางครอบครัวของเขา

ดาวเตะวัย 37 ปีรายนี้ คาดหมายว่า การวมาถึงแมนเชสเตอร์ในวันจันทร์และจะเข้าพบ พูดคุยกับยูไนเต็ด เพื่อที่จะแจ้งให้ชัดเจนว่า เขาต้องการจะย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ ถ้ามีข้อเสนอที่เหมาะสมยื่นเข้ามา

จุดยืนของยูไนเต็ดนั้นยังคงยืนยันหนักแน่นสุดๆว่า โรนัลโด้นั้น not for sale และเขาจะเป็นส่วนสำคัญของทีมในฤดูกาล 2022/23 ปีนี้

ยังไม่ชัวร์ว่าเขาจะลงซ้อมในเซสชั่นวันอังคารนี้เลยหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะได้มีการพูดคุยกันโดยตรงตัวต่อตัวกับเทน ฮาก ในวันถัดมาอย่างแน่นอน

การกลับมาของเขานี่ เชื่อว่าทางฝั่งของสโมสรมองว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี และแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในครั้งนี้ก็ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่โรนัลโด้จะอยู่ต่อกับแมนยูไนเต็ดมากกว่า แต่ว่าอาจจะแค่ยังขาดความชัดเจนในการ “เคลียร์สถานะ” ในทีมของเขาเท่านั้น

นักเตะแมนยูได้รับวันพักผ่อนในวันจันทร์ หลังจากที่เพิ่งบินกลับมาจากแดนออสซี่และถึงอังกฤษเมื่อเที่ยงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วจึงค่อยกลับมารายงานตัวซ้อมกันอีกทีวันอังคาร เพื่อเตรียมตัวลงสนามกับแมตช์อุ่นเครื่องสองเกมสุดท้ายในช่วงปรีซีซั่นกับแอตเลติโก มาดริด และ ราโย่ บาเญกาโน่

ดิแอธเลติกรายงานในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า โรนัลโด้ได้มีบอกยูไนเต็ดว่าเขาอยากจะย้าย ถ้ามีข้อเสนอที่เป็นไปได้เกิดขึ้น

ท็อด โบห์ลี่ เจ้าของร่วมของเชลซี เจอกับเอเย่นต์โรนัลโด้อย่าง ฮอร์เก้ เมนเดส เพื่อพูดคุยสถานการณ์และไอเดียที่จะดึงดาวเตะรายนี้ไปอยู่ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่งทีมจากลอนดอนฝั่งตะวันตกทีมนี้ก็ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้นี้เรียบร้อยแล้ว

ฝั่งเทน ฮากเองก็ถูกถามในหลายๆโอกาสให้เขาอัพเดทเรื่องอนาคตของโรนัลโด้ในช่วงระหว่างปรีซีซั่น แต่เขาก็เน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่าสถานการณ์ยังเหมือนเดิมว่า ทีมจะไม่ขายโรนัลโด้

สัญญาที่เหลืออีกสิบสองเดือนในcontract ที่เขาเซ็นตอนที่ย้ายกลับมาจากยูเว่ last summer มีออฟชั่นที่จะขยายสัญญาต่อไปอีกหนึ่งปีด้ว ซึ่งเทน ฮาก สามารถที่จะใช้งานได้

ผู้จัดการทีมรายนี้พูดที่เมลเบิร์นเอาไว้ในวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า

“ผมทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าเขามีออฟชั่นขยายต่อไปอีกปี ใช่ เขาอาจจะอยู่เกินปีนี้ไปอีกก็ได้ แต่ด้วยความสัตย์จริง ผมเซ็นสัญญากับที่นี่สามปี แต่ในโลกฟุตบอล สามปีมันก็ยังถือว่าเป็น short-term(ระยะสั้น)อยู่ เพราะงั้นเมื่อเวลามันสั้น เราจะต้องทำให้มันบรรลุผลให้ได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย เพราะงั้นผมจึงยังไม่มองจุดที่ไกลออกไปหลังจากนี้”

“ผมมียุทธศาสตร์ในการทำทีมอยู่ มันมีกระบวนการที่ต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่เราต้องการก็คือทำให้ทีมที่เป็นผู้ชนะถือกำเนิดขึ้นมาให้ได้”

โรนัลโด้ยิงไปทั้งหมด 24 ประตูในทุกรายการเมื่อซีซั่นที่แล้ว เป็นดาวยิงสูงสุดของสโมสร แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะทำให้ทีมได้ไปเตะแชมเปี้ยนส์ลีกในปีนี้ ซึ่งการขาดเวทีUCLให้ลงเล่น และการที่ยังต้องสู้อีกมากเพื่อจะขึ้นไปลุ้นแชมป์ให้ได้ ก็เป็นหลายๆเหตุผลที่ทำให้ดาวยิงผู้นี้ต้องการจะย้ายทีม

โรนัลโด้อยากจะให้แมนยูไนเต็ดลงแข่งขันในระดับสูงสุด และต้องการให้สโมสรมีความมุ่งมั่นในระดับเดียวกันกับเขาในเรื่องของการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม

รายงานจากฝั่งสเปนอย่าง Marca เองนั้นก็บอกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้
คาดว่าน่าจะลงซ้อมกับทีมเลยในวันอังคารนี้ ซึ่งเทน ฮาก
จะพยายามโน้มน้าวพูดคุยให้เขาอยู่ต่อ
แต่ความตั้งใจของโรนัลโด้ไม่น่าจะเปลี่ยน
ตัวโรนัลโด้เองก็ไม่ต้องการจะสร้างความขัดแย้งกับสโมสรด้วย
เพราะฉะนั้นเขาน่าจะกลับมาลงซ้อมร่วมกับทีมตามปกติไปก่อน [@marca]

จนถึงตอนนี้ แมนยูไนเต็ดคว้าตัวสามนักเตะใหม่มาในปีนี้ ได้แก่สองตัวที่เซ็นสัญญาแล้วอย่าง ไทเรลล์ มาลาเซีย และ คริสเตียน อีริคเซ่น ในขณะที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก็บรรลุข้อตกลงย้ายมาสู่โอลด์แทรฟฟอร์ดจากอาแจ็กซ์แล้วเช่นเดียวกัน

ลูกทีมของเทน ฮาก จะต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ กับนัดเปิดสนามซีซั่นใหม่ของสังเวียนพรีเมียร์ลีก

ซึ่งถ้าดูจากการเตรียมทีมที่เป็นไปได้อย่างสวยงามจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้ยังมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้อีกมาก แต่เป็นความรู้สึกที่ดีในการเชียร์ของแฟนบอลมากๆ ทีมก็กำลังลงตัวจากสามประสาน “JAM” Jadon Anthony Marcus ดังนั้นต่อให้โด้กลับมาซ้อม ยังไงก็ต้องสำรองเด็กพวกนี้ก่อนแน่นอน จากนั้นค่อยปรับใช้และเรียกฟอร์มกลับมาเข้ากับทีมในภายหลัง

ด้านบนนี้เป็นเนื้อหาแบบเต็มของ David Ornstein ที่ค่อนข้างเคลียร์ว่าสถานการณ์ตอนนี้อยู่ในจุดที่เป็นการพูดคุยระหว่าง เทน ฮาก กับ โรนัลโด้ เพื่อเคลียร์อะไรต่างๆให้เรียบร้อย

“เรากำลังวางแพลนกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในซีซั่นนี้ ทั้งหมดมีแค่นั้นเอง ผมรอคอยที่จะได้ทำงานกับเขา” ดัตช์บอสอธิบายมาด้วยประโยคนี้ในหลายๆโอกาสที่เขาตอบคำถามนักข่าวที่ถามจี้มาเพื่อจะเอาประเด็นไปขาย

ทุกอย่างของเรื่องโรนัลโด้ที่ไม่ชัดเจนมาตลอดหลายสัปดาห์จนทำให้เขาถูกมองว่าเสียคนตอนแก่ หรือไม่มีความเป็นมืออาชีพ จริงๆแล้วมันก็ยังมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่รองรับและอธิบายเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่งผู้เขียนเขียนออกมา ก็คงจะหนีไม่พ้นว่า กลายเป็นการ “ปกป้องโรนัลโด้” ก็เป็นได้

แต่ผมจะบอกว่า ตัวผมเองก็ไม่โอเคที่โด้ “กั๊ก” มาตลอด เหยียบเรือสองแคมในการที่จะไม่แจ้งให้ชัดเจนว่า ตัวเองจะอยู่ หรือจะไป

เพราะถ้าโด้อยู่ต่อ การที่เขาไม่แจ้งขอย้าย เขาก็พูดได้ว่า เขาไม่ได้จะย้ายไปไหน

หรือ ถ้าโด้ย้าย เขาก็พูดได้เช่นกันว่า เขาไม่เคยพูดว่าจะ “อยู่ต่อ” นั่นเอง

นั่นคือสิ่งที่คลางแคลงใจก่อนหน้านี้ แต่ทันทีที่ถึงเวลาที่คาดการณ์ แล้วคริสเตียโน่ก็กลับมาทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อสะสางปัญหา ไม่ได้ปล่อยให้คาราคาซัง สำหรับผู้เขียนในตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่า เหตุผลที่ไม่clarifiedตัวเองกับสื่อต่างๆ เนื่องจากต้องการพูดคุยกับ “เอริค เทน ฮาก” ก่อนให้ชัดเจนแค่นั้นเอง ว่าเขายังเป็นส่วนสำคัญอยู่หรือไม่ จะได้โอกาสลงสนามมากน้อยเพียงใด และการทำทีมของเอริค วางแผนยังไงไว้บ้างในอนาคต

ถ้าโรนัลโด้ฟังและพิจารณาแล้วว่ามันดี
เขาก็จะอยู่ต่อ เท่านั้นเอง แต่ถ้าโด้ฟังการพูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมจากเทน
ฮาก แล้วรู้สึกว่าเขาย้ายน่าจะดีกว่า เขาก็ย้าย


เอริค เทน ฮาก ถือเป็นคนสำคัญที่สุดอันดับหนึ่งของสโมสแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในตอนนี้ ไม่ใช่คริสเตียโน่ เอริคคือคนที่จะควบคุม และ Run Process ทั้งหมดที่เขาจะใช้กับทีมต่อจากนี้ โรนัลโด้ต้องการคุยกับ ผจก ก่อนให้ชัดเจนแค่นั้นเอง

ทุกอย่างมันก็ง่ายๆแค่นี้ ที่เหลือก็แค่รอดูคำตอบแค่นั้นแหละว่า จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ ซึ่งแนวโน้มอยู่ต่อมีสูงมากกว่า เพราะทีมชั้นนำอื่นๆมีกองหน้าตัวเป้าพร้อมหมดแล้ว แอตมาดริดเองก็ต้องปล่อยนักเตะถึงสองคน ถึงจะดึงโด้เข้าไปได้ เชลซีเองมีแต้มต่อแมนยูแค่เรื่อง UCL แต่ยังไม่ได้มีศักยภาพจะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

โด้อาจไม่คิดจะหักน้ำใจแฟนผีด้วยการย้ายไปเชลซี แค่เพื่อได้ลงเตะเกมที่มีโอกาสลงสนาม 6-10 เกมของปีนี้แค่นั้น แลกกับการสูญเสียความศรัทธาไปมากมายจากแฟนบอลแมนยูไนเต็ดทั้งโลก ในยามที่ศักดิ์ศรีสโมสรไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน

เราก็ไม่รู้หรอกว่าโด้จะคิดยังไง
จริงๆถ้าไปเชลซีแฟนผีก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ตราบใดที่ยังไม่ใช่อริใหญ่อย่างซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล
ก็ไม่มีใครมีปัญหาหรอก

จะยังไงก็แล้วแต่ ถ้าสุดท้ายแล้วอยู่ต่อเราก็ดีใจมาก แต่ถ้าย้าย เราก็ตามไปเชียร์ที่สโมสรใหม่ให้ประสบความสำเร็จต่ออยู่ดี

จุดเริ่มต้นของเรื่องดราม่าๆเรื่องนี้ เบื้องลึกเบื้องหลังมันก็เริ่มต้นมาจากสิ่งที่เรียกว่า เหตุผลส่วนตัว ของเขา(personal
issues) ซึ่งคนเราควรเคารพเหตุผลของมนุษย์ด้วยกัน
เพราะขนาดเพื่อนสนิทในทีมเค้าอย่าง Bruno Fernandes
ยังไม่ละลาบละล้วงปัญหาเลย โทรไปถามด้วยความเป็นห่วงเพียงแค่นั้นว่า
ทางบ้าน ทางครอบครัวยังโอเคอยู่ไหม แค่นั้นเอง

“We have to respect his space” นี่คือสิ่งที่บรูโน่พูดถึงคริสเตียโน่เอาไว้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

และมนุษย์ที่มีความเคารพ และการให้เกียรติผู้อื่น จะรู้จักคำว่า “Respect” เป็นอย่างดี

ยังไงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็เป็นตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แค่เคลียร์ปัญหาเล็กๆตรงนี้ให้เรียบร้อย ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนที่ผ่านมา

แกคือ “คนเดิม” นั่นแหละ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เหมือนชื่อเพลงเก่าที่วง Free (Peak) ร้องเอาไว้

ยังรักและเชื่อมั่นในนักเตะคนนี้ว่ามีความเป็นมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอาชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิต ให้เสียไปแค่เพราะว่าเขามีเหตุจำเป็นต้องลาทีมไปพักหนึ่งด้วย “เรื่องส่วนตัว” แน่นอน

นี่คือความดีใจที่ว่า อย่างน้อยก็เห็นแสงสว่างแล้วว่า เราจะได้รับคำตอบสักทีว่าจะอยู่หรือไปก็บอกมา

คำตอบแบบไหนพวกเราก็รับได้ทั้งนั้น ไอ้โด้เพื่อนรัก

-ศาลาผี-


References

https://theathletic.com/news/cristiano-ronaldo-manchester-united-talks/tjFXgn1EZBcF/

https://www.sportbible.com/utddistrict/cristiano-ronaldo-manchester-united-erik-ten-hag-training-20220725


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com