อัพเวลบอลไทยทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

อัพเวลบอลไทยทุกฝ่ายต้องช่วยกัน


ไม่พลิกล็อกสำหรับตำแหน่งเก้าอี้เฮดโค้ชทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ "โค้ชหระ" อิสสระ ศรีทะโร เข้ามารับเผือกร้อนต่อจาก "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ ที่อำลาทีมไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตามคาด

ซึ่งทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชหลายๆ คนก็เคยร่วมงานกับ “โค้ชหระ” เรียกว่า แค่มองตาก็รู้ใจ ทั้ง “โค้ชน้อย” อนันต์ อมรเกียรติ, “โค้ชบุ๊ก” บำรุง บุญพรหม, “โค้ชต๋อย” ประสิทธิ์ เทาดี และ “โค้ชเชน” ประสบโชค โชคเหมาะ โค้ชผู้รักษาประตู

โดยเป้าหมายใหญ่ของทีมชุดนี้คือการคว้าตั๋วไปเล่นโอลิมปิก เกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแน่นอนว่ามันคือเป้าหมายที่ใหญ่ และแฟนบอลคาดหวังเป็นอย่างมาก


แต่ยังไม่เริ่มงาน ก็มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโผทีมงานที่หลุดออกมาตามสื่อโซเชียล ซึ่งมีชื่อของ “จเด็จ มีลาภ” และ “โค้ชอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค

ทำเอาเจ้าตัวและสโมสรออกอาการ งงๆ ก่อนที่จะได้รับคำตอบยืนยันว่าทั้งคู่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับทีมชุดนี้ 

แต่หาก “โค้ชหระ” ต้องการความช่วยเหลือ และโปรแกรมการฝึกซ้อม หรือการแข่งขันไม่ตรงกับโปรแกรมแข่งขันของสโมสรต้นสังกัด เชื่อว่าทั้ง 2 ท่าน พร้อมช่วยเหลือ “โค้ชหระ” อย่างเต็มคาราเบล อย่างแน่นอน


ดราม่าแรกจบไป แต่ไม่วายเจอดราม่าระรอกใหม่มา คราวนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่เลยทีเดียว โดยเฉพาะการปรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ เพื่อให้ทีมชาติไทย ได้โฟกัสในการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 

ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตัดสินใจไม่ใช้โปรแกรมฟีฟ่าเดย์ ของทีมชาติไทย เดือนมีนาคม 2566 ทิ้งไป และเร่งให้ฟุตบอลลีกปิดเร็วขึ้น เป็นวันที่ 22 เมษายน 2566 เพื่อให้ทีมชาติไทยมีเวลาเตรียมทีมก่อนลุยซีเกมส์ ที่กัมพูชา ที่คาดว่าฟุตบอลจะเริ่มแข่งขันตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2566

สาเหตุที่เกิดปัญหาอลเวงแบบนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เคยพูดในที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ว่า บอลซีเกมส์ ต้องได้เหรียญทอง ถ้าไม่ได้ นายกสมาคมต้องลาออกนั่นเอง 


ซึ่งแน่นอนการทำแบบนี้ย่อมส่งกระทบเป็นวงกว้างแน่นอน จนทำให้ “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสร “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”  ออกมาโพสต์ข้อความสุดเดือดโจมตีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ “ไม่รู้” เกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา ก่อนที่หลายสโมสรจะออกมาคัดค้านการปรับเปลี่ยนโปรแกรมลีกอีกเพียบ 

ล่าสุดทาง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฯ อยู่นิ่งไม่ได้ ออกมาเบรคแผนการปรับเปลี่ยนโปรแกรมลีก และให้กลับมาทบทวน

พร้อมกับหาทางออกร่วมกับสโมสรอีกครั้ง เพื่อให้ฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งฟุตบอลลีกอาชีพ และเป้าหมายในรายการต่างๆของ ทีมชาติไทยในระดับต่างๆ


ต้องยอมรับว่าฟุตบอลไทยชั่วโมงนี้เต็มไปด้วยเรื่องปวดหัวจริง เพราะมองไปทางไหนเจอแต่ปัญหาทั้งสิ้น 

จริงๆ แล้วทุกฝ่ายควรจะหันหน้าและมาคุยกันอย่างจริงจัง ไล่ตั้งแต่สมาคมฯ เอง หากรับนโยบายผู้ใหญ่มาแล้ว ไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็ต้องมาวางแผน หาทางออกอย่างจริงจัง

ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมาคมฯ ต้องแสดงความจริงใจ จริงจัง กล้าเดินหน้าไปคุยกับสโมสรโดยตรง ว่าสามารถปล่อยนักเตะและช่วยเหลือทีมชาติได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้ทีมงานโค้ชทำงาน เตรียมทีมได้ง่ายขึ้น

เข้าใจว่าผู้ใหญ่อยากให้ฟุตบอลได้เหรียญทองซีเกมส์ แต่ขึ้นชื่อว่า “กีฬา” ต่อให้เตรียมตัวดีแค่ไหนก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ 

แต่หากทีมวางแผนดี ทำงานราบรื่น การเล่นเป็นระบบ ทีมมีอนาคต เล่นได้ใจแฟนบอล เชื่อว่าต่อให้ไม่ได้แชมป์ทุกคนก็เข้าใจได้ เพราะมองภาพรวมมันสามารถพัฒนาและไปต่อได้ 


อยากให้ทุกฝ่ายมองภาพรวม และช่วยกันคนละไม้คนละมือ เชื่อว่าปัญหาเหลานี้ถูกสะสางได้ไม่ยาก แต่หากไม่ช่วยกัน คงยากที่จะเห็นทีมชาติไทยไปได้ไกลในเวทีระดับที่สูงขึ้น 

เพราะ ฟุตบอลไทย ถ้าคนไทยไม่ช่วยกัน แล้วจะไปหวังพึ่งใครได้ 

เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย หาทางออกและพาบอลไทยก้าวไปข้างหน้าให้ได้ครับ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com