“รอจนกว่า”

“รอจนกว่า”


สองสิ่งที่เทน ฮาก และแฟนผีจะต้องรอ คือสองสิ่งที่ต้องใช้เวลาเป็นตัวแก้ไขปัญหา และเราจะต้อง "รอจนกว่า" มันจะสุดทางอย่างแท้จริง กับเรื่องสำคัญที่เป็นอนาคตของทีมเราในเคสโรนัลโด้ และ แฟรงกี้ เดอ ยอง!!

“เราต้องการให้ทีมมีตัวเลือกมากกว่านี้ เราต้องเสริมแกร่งให้ทีมมากยิ่งขึ้น เพราะงั้นเราจึงมองหาผู้เล่นดังกล่าวอยู่เสมอ แต่มันก็จำเป็นต้องเป็นคนที่ใช่ด้วยเช่นกัน”

เอริค เทน ฮาก พูดถึงการเสริมทีมที่เขาเน้นย้ำทุกครั้งว่า “right players” สำคัญขนาดไหน ก็สำคัญมากกว่าคำพูดต่างๆจากหลายๆฝ่าย(รวมถึงผมด้วยก็มีบ่นเช่นกัน)ว่าแอบเบื่อๆดีลแฟรงกี้ เดอ ยอง

แต่จริงๆส่วนตัวก็พร้อมจะอดทนรอ เข้าใจสถานการณ์ และเชื่อมั่นมุมมองนี้ของเอริค เทน ฮาก แม้จะเป็นวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะก็ตาม ว่าแพลน A แพลน B แพลน C มันมีอยู่ชื่อเดียว

นั่นก็คือ แฟรงกี้ เดอ ยอง นั่นเอง

นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่เอริค เทน ฮาก อัพเดทในเรื่องของ Cristiano Ronaldo
จากปากตัวเอง เขากล่าวเอาไว้ดังนี้

“ไม่ ไม่มีอะไรอัพเดท ก็ยังเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว ถามว่ากังวลไหม มันก็อาจจะไม่ใช่สักเท่าไหร่ เพราะผมโฟกัสกับนักเตะที่อยู่ที่นี่ตรงนี้ พวกเขาทำงานกันได้ดีมากๆ กำลังอยู่ในทรงที่ยอดเยี่ยมเลย แล้วเดี๋ยวเราจะผนวกเขา (คริสเตียโน่) เข้าไป”


จะเห็นได้ว่ามีอยู่สองสิ่งที่เอริค เทน ฮาก ดูเหมือนว่ากำลังรออยู่ บน “บริบทของการรอที่ต่างกัน”

คนแรกคือ แฟรงกี้ เดอ ยอง มิดฟิลด์เบอร์6ธรรมชาติที่จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการเล่นในทีมที่เขากำลังสร้างขึ้น ด้วยฝีเท้าระดับเอกอุ และในคำอธิบายที่เอริคบอกว่า จะต้องเป็น right players เท่านั้น

แฟรงกี้ เดอ ยอง “ชั่ยๆ” จริงๆ ใช่ยิ่งกว่าใช่ เพราะเป็นทั้งนักเตะในอุดมคติของเอริค เทน ฮาก ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวต่ำที่ทำหน้าที่คุมเกมเหมือนเป็น conductor ให้กับทีม ทั้งการเซ็ตเกมจากแดนหลัง เอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆจากการโดนเพรส ต่อบอล เชื่อมเกม และขยับตำแหน่งสร้างทรงการเล่นใน Possession Play ของทีมได้เป็นอย่างดี


ดีลของแฟรงกี้ทำท่าว่าจะไม่จบง่ายๆ และอาจจะได้ตัวหลังจากที่ฤดูกาลเริ่มต้นกับไบรท์ตัน ซึ่งพรีเมียร์ลีกเกมแรกของปีนี้จะเตะกันในวันเกิดของโนบิตะ และพี่เสก โลโซ วันที่ 7 สิงหาคม

ซึ่งตอนนั้นหากว่าแฟรงกี้กับบาร์ซ่ายังไม่สามารถเคลียร์เรื่องเงินค่าจ้างที่ยอมถูกหั่นค่าเหนื่อยมาสองปีและถูกประวิงเวลาในการจ่ายชำระหนี้คืนแฟรงกี้นั้น เอริคก็สั่งทีมงานเอาไว้ว่าพร้อมจะให้ตามดูสถานการณ์ของนักเตะต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาที่จัดการให้เขาเคลียร์กันเองให้เรียบร้อย และดีลมาเข้าสโมสรเราให้ได้ แม้ว่าจะเป็นวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ ยังไงก็คุ้มค่าที่ต้องรอดีลมหากาพย์ของแฟรงกี้ เดอ ยอง แน่นอน

เพราะนี่คือคนที่ใช่ ของเอริค เทน ฮาก ดังนั้น จนกว่ามันจะหมดโอกาสอย่างแท้จริง นั่นก็คือวินาทีสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ที่จะปิดลงเวลาเที่ยงคืนวันที่ 1 กันยายน หรือตามเวลาในบ้านเราคือ 6 โมงเช้าวันที่ 2 กันยายนนั้น

เอริค เทน ฮาก ก็จะรอแฟรงกี้ จนกว่าจะถึงสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะจริงๆ เพราะเขาคือคนที่ใช่ทุกตรง


อีกหนึ่งรายที่เอริค กำลังรออยู่ นั่นก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้กลับไปสโมสร เนื่องจากทีมเองก็ยังอยู่ในระหว่างการเดินทางทัวร์ปรีซีซั่น ณ ขณะนี้อยู่ที่เมืองเพิร์ธ เมืองหลวงของฝั่งเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งมีคิวจะเตะกับแอสตัน วิลล่า ในวันพรุ่งนี้(วันเสาร์) เวลา 16.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยคิวลับแข้งนัดนี้ เป็นการเจอกันกับลูกทีมของบักเจิด สตีเฟ่น เจอราร์ด กับทีมสิงห์ผยอง แอสตันวิลล่า ที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย

แน่นอนว่าสองนักเตะใหม่ที่เซ็นสัญญาเข้ามาแล้วอย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ คริสเตียน อีริคเซ่น ไม่เดินทางมาสมทบปรีซีซั่น และจะรอทีมให้เสร็จภารกิจ และบินกลับมายังประเทศอังกฤษให้เรียบร้อย จึงจะเข้าสู่ทีมและร่วมซ้อมกับเพื่อนใหม่ของพวกเขา และมีเกมปรีซีซั่นให้นักเตะใหม่ได้ลองถึงสองเกมเต็มๆ กับแอตเลติโก มาดริด ในวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคมนี้ ที่สนาม Ullevaal Stadion ณ กรุงออสโล (Oslo : อุสลู) เมืองหลวงประเทศนอร์เวย์

ก่อนที่ “31 กรกฎาคม” จะบินกลับมาแมนเชสเตอร์ และลงเตะเกมนัดเดียวของปรีซีซั่นที่เตะกันที่โอลด์แทรฟฟอร์ด กับทีมราโญ่ บาเญกาโน่ ในวันอาทิตย์นั้นเลย


หลายคนอาจจะสงสัยว่า วันเดียวเนี่ยนะ แล้วก็เดินทางกลับจากนอร์เวย์ด้วย มันก็แปลกจริงๆ แต่คิดว่าคงจะเป็นการแบ่งนักเตะเป็นสองชุดลงสนาม ซึ่งเกมที่สำคัญกว่า น่าจะเป็นเกมสุดท้ายที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เอริค เทน ฮาก คงจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบที่จะใช้เจอกับไบรท์ตันนัดเปิดสนาม ในการลงเล่นอุ่นเครื่องกับราโญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 31

ส่วนเกมเจอแอตเลติโก มาดริด เราอาจจะได้เห็น “ทีมB” ที่เป็นพวกตัวสำรอง และนักเตะดาวรุ่ง บินไปนอร์เวย์บางส่วนเพื่อลงสนามอุ่นเครื่องให้ซิเมโอเน่ในวันนั้นก็เป็นได้

เราก็ไม่รู้ว่ามุมมองของเทน ฮาก เป็นยังไง อาจจะอยากใช้ชุดใหญ่เจอทีมแข็งๆอย่างแอตมาดริดก็ได้ ใครจะรู้ เพราะฉะนั้นรอดูกันอีกทีสำหรับเกมปรีซีซั่นนัดท้ายๆ


ประเด็นสำคัญคือ มาร์ติเนซ อีริคเซ่น และ โรนัลโด้ (ถ้ายังอยู่) ก็อาจจะมีโอกาสได้ลับแข้งเพียงแค่เกมเดียว ตามตารางfixturesที่รายงานเอาไว้เช่นนี้ จากแหล่งข้อมูลที่มี ดังนั้นเรายังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ตามกรอบระยะเวลาที่บอลนัดเปิดสนามใกล้เข้ามาแล้วนั้น ก็ยิ่งเชื่อว่า เกมปรีซีซั่นแบบจริงๆจังๆ รวมนัดเจอวิลล่าสุดสัปดาห์นีด้วย มันก็จะเหลืออีกแค่ 2 เกม เท่านั้น แล้วพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ก็จะเริ่ม

ทุกอย่างคงจะเห็นกันชัดขึ้น หลังจากที่คณะทัวร์ผ้าป่าเอเชียของเรา บินกลับไปยังยุโรป ก็น่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้น แต่ประเด็นสำคัญก็คือ กรณีของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สื่อหลายๆที่นำเอาคำพูดของเทน ฮาก ไปบิดเบือนสร้างหัวข่าวที่กลายเป็นว่า เทน ฮากนั้นไม่สนใจโรนัลโด้แล้ว และจะเสริมทีมเข้ามาใหม่

ในความเป็นจริง เทน ฮาก พูดเพียงแค่ว่า ทีมจำเป็นต้องซื้อผู้เล่นเข้ามาเติมเพื่อสร้างทางเลือกในด้านตัวผู้เล่นคุณภาพดีตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันเป็นการให้ซื้อ “ตัวเก่งๆ” เข้ามาถมๆกันในทีม

ตัวเก่ง ไม่สำคัญเท่ากับ ตัวที่ใช่

และคำว่า ตัวที่ใช่นี่แหละ คือสิ่งที่แฟนผีหลายๆท่าน รวมถึงผู้เขียนด้วย “รอ” มานาน

ครับ นักเตะที่เข้าระบบ นั่นคือความหมายที่แท้จริงของคำที่เอริค เทน ฮาก พูดเอาไว้ว่า right players นั่นแหละ ผู้เล่นคนที่ใช่กับสิ่งที่เขาต้องการวิถีของการเล่น และให้เข้ามาเล่นในระบบเกมที่เอริค เทน ฮาก ต้องการและวางโครงสร้างเอาไว้

เทน ฮากพูดถึงเรื่องเสริมทีม แต่ไม่ได้พูดว่าเขาจะหาคนเข้ามาเสริมทีมแทนคริสเตียโน่ โรนัลโด้


เรื่องนี้จึงกลายเป็นการโยงข่าวไปที่นักเตะที่มีข่าวเต้าขึ้นมาอีกคนในตำแหน่งเดียวกันอย่าง อิวาน โทนีย์ กองหน้าของทีมผึ้งมหากาฬ เบรนท์ฟอร์ด เทพแฟนตาซีพรีเมียร์ลีกอีกหนึ่งคนที่มีข่าวกับเรา ในกรณีที่เสียโด้ออกไปจากทีม แมนยูก็จำเป็นต้องเพิ่มดีลเร่งด่วนเข้ามาเพื่อทดแทนมิติกองหน้าที่สามารถยืนค้ำเป็นหน้าเป้าให้กับเราได้

เขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า อ้าว ก็อ็องโตนี่ มาร์กซิยาลไงครับ ที่เรียกฟอร์มเทพกลับมาได้อย่างดีในปรีซีซั่น แถมภาษากายและการเล่นที่ดูแข็งแกร่ง เฉียบคม การเคลื่อนที่รวดเร็ว และดูตั้งใจเล่นอย่างเต็มที่อีกครั้ง มาร์กซิยาลก็เล่นหน้าเป้าได้นี่?

ใช่ครับ เราเก็บน้องหมากเอาไว้ได้ แต่ยังไงก็ตาม ถ้าเสียโด้ เราก็ต้องซื้อหน้าเป้าธรรมชาติเข้ามาอยู่ดี ไม่งั้นเราจะไม่มีมิติการเล่นที่เป็นความแข็งแกร่งในการยืนปักหลักในกรอบเขตโทษ รวมถึงลูกโหม่ง ลูกกลางอากาศที่สามารถเล่นบอลยาว บอลไดเร็คต์ และการบอมป์ด้วยลูกครอสเข้าไปในกรอบเพื่อหวังผลจากการโหม่งทำประตู เราจะไม่มีเลย หากไม่มีกองหน้าแบบโด้อยู่ในทีม

ดังนั้น แม้ว่าหมากจะฟอร์มดี แต่ถ้าโด้ไป เราก็ต้องซื้อเท่านั้น

เป็นที่คาดการณ์กันว่า เกมนัดเปิดฤดูกาล เอริค เทน ฮาก น่าจะใช้นักเตะชุดที่ซ้อมปรีซีซั่นลงสนามก่อนเป็น 11 ตัวจริงแรก ซึ่งโฟกัสที่ตำแหน่งหน้าเป้า และฟร้อนท์ทรีของทีม ณ ตอนนี้เท่าที่มีอยู่ เราคงจะใช้เป็นคอมโบที่เข้าขากันอย่างดีด้วยความเร็ว ความคล่องตัว อย่าง แรชฟอร์ด ซานโช่ มาร์กซิยาล ลงเป็นสามหัวหอก “JAM” (Jadon Anthony Marcus) ลงไปก่อน แล้วช่วงท้ายตลาดถ้าจะมีแนวรุกมาเพิ่มอย่าง แอนโทนี่ ก็ค่อยๆปรับเอามาเข้าในทีมภายหลัง

รวมถึงโรนัลโด้ด้วย หลายๆคนคงห่วงว่า ทีมปรีซีซั่นเค้าซ้อมกันมาดีๆ ถ้าโด้กลับมาช่วงท้าย จะได้อภิสิทธิ์ลงตัวจริงเลยรึเปล่า ในยามที่ทีมกำลังดีๆ

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า เอริค เทน ฮาก ไม่ได้โง่ถึงขนาดจะไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งเดียวที่เขาโฟกัส ไม่ใช่เรื่องโรนัลโด้ หรือใครทั้งสิ้น เขามองแค่ “ทีม”

ทีมสำคัญที่สุดสำหรับเทน ฮาก และถ้าตอนนี้ นักเตะที่มันฟอร์มดีที่สุด เข้าขาที่สุดคือใคร เขาก็จะส่งตัวพวกนั้นแหละลงสนาม

ดังนั้นแฟนผีสบายใจได้เลย ฟอร์มทีมช่วงที่ผ่านมาในปรีซีซั่น จะยังคงรักษาเอาไว้ได้ ด้วยมุมมองการจัดทีมของเทน ฮาก ที่พร้อมจะดรอปนักเตะได้ตลอดเวลาเหมือนกันถ้าไม่พร้อม หรือฟอร์มไม่ดี เพราะขนาดเด็กเขาอย่างลิซานโดร มาร์ติเนซ เองก็ยังเคยมีช่วงโดนดรอปมาแล้ว แต่สุดท้าย มาร์ติเนซโชว์คาแรคเตอร์นักสู้ และชิงตำแหน่งกลับมาได้

นั่นคือสิ่งที่ ทุกๆคนในทีมจะต้องทำ หากอยากลงสนามในยุคของ Erik ten Hag นั่นเอง


ปัญหาของโรนัลโด้ ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่เทน ฮาก คงรอจะแก้ไขอยู่นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องติดตามกันต่อไป และเราต้องการความชัดเจนที่มากกว่านี้เท่านั้น

มีหลายๆประเด็นที่น่าสนใจในกรณีนี้คือ

1. เรื่องที่โรนัลโด้ยังไม่ได้กลับมายังประเทศอังกฤษ ข้อนี้คิดว่าน่าจะรอสมทบพร้อมกันในเซ็ตของพวกอีริคเซ่น และมาร์ติเนซด้วย ซึ่งนั่นก็ต้องเป็นช่วงอาทิตย์หน้า ที่กลับมาเริ่มฝึกซ้อมกันอีกครั้ง เพราะเรายังมีภารกิจที่ออสเตรเลียอยู่อีกหนึ่งนัดกับวิลล่าในวันเสาร์นี้

ถ้าจะเห็นโด้กลับมาที่แคริงตัน ก็คงเป็นอาทิตย์หน้าพร้อมกับเพื่อนใหม่สองคน สมทบกับทีมที่ทัวร์เอเชียจบพอดี

2. เรื่องการเร่ขายนักเตะ ของเอเย่นต์ของเขาอย่าง ฮอร์เก้ เมนเดส เป็นเรื่องธรรมดาที่เอเย่นต์นักเตะจะพยายามมองหาความเป็นไปได้ในการย้ายทีม จึงเดินทางและพูดคุยกับคอนเน็คชั่นของเขาตามสโมสรต่างๆทั่วยุโรป เท่าที่เป็นไปได้ และมีศักยภาพที่โรนัลโด้ “อาจย้าย” ไปซบได้

ใช้คำว่า อาจย้ายไปได้ เพราะอะไร? สิ่งที่เมนเดสทำ มันคือการเตรียมโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นเอาไว้ ด้วยการพูดคุย สอบถามกันในแต่ละสโมสรที่ลูกค้าของเขา อย่างคริสเตียโน่ อาจสนใจย้ายลงไปเล่น เพื่อโอกาสในการเตะแชมเปี้ยนส์ลีก

ส่วนใหญ่ที่เมนเดส ไปคุยๆมา เท่าที่เห็นคือเชลซี บาเยิร์น เรอัล มาดริด ปารีส แอตเลติโกมาดริด ฯลฯ พวกนี้ตามข่าวที่รายงานมา ส่วนใหญ่แล้วทีมจะมีกองหน้าตัวเป้าอยู่ในทีมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ว่าไม่มีใครอยากได้โรนัลโด้แค่อย่างเดียว แต่พวกเขาไม่ได้มีความจำเป็นอะไรจะต้องเสริมโด้เข้าไป ในยามที่ทีมไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องจ้างนักเตะที่มีค่าเหนื่อยแพงมหาศาลเช่นโด้

หรือสโมสรที่ขาดหน้าเป้าอยู่ อย่างเชลซี ก็ต้องถามมุมมองของเฮดโค้ชด้วย ซึ่งทูเคิลก็ไม่ได้มองว่าเขาจะอยากได้โด้ไปอยู่ในแผนการทำทีมแต่อย่างใด

เรื่องการเดินทางพูดคุยที่เป็นเหมือนการ “เร่ขาย” โรนัลโด้เช่นนี้ ก็เป็นเรื่องปกติของเมนเดส ที่สร้างความเป็นไปได้เอาไว้ เผื่อว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างคลิก เช่น โด้อาจจะสนใจสโมสรนั้น และสโมสรนั้นก็ต้องการและพร้อมจะจ่ายเงินคว้าตัวเขาไป

ข้อสองนี้จึงเป็นการพูดถึงมุมมองของ “เอเย่นต์นักเตะ” เท่านั้น


3. ในส่วนของตัวนักเตะ อย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้เองนั้น ในฐานะแฟนผีคนนึงที่รักมันมากๆ หลายคนอาจจะคิดว่า เราคงจะไบแอส เลือกปฏิบัติที่จะไม่ด่าโรนัลโด้ ทั้งๆที่ไม่ยอมมารายงานตัว

มีคำถามมากมายตั้งข้อสังเกตถึงแฟนผีบางส่วน(อย่างผมด้วย)ว่า ถ้าเป็นป็อกบา ดิมาเรีย ป่านนี้โดนด่ายับไปแล้ว

ผมก็จะตอบว่า เออ จริง ถ้าเป็นนักเตะที่ “ประวัติไม่ดี” ในเรื่องทัศนคติและความเป็นมืออาชีพแบบพวกนั้น ก็คงจะโดนแฟนผีด่ากันเละไปแล้วจริงๆนั่นแหละ

แต่ในกรณีของโรนัลโด้ ในตอนนี้เรายังต้อง “รอ” อะไรบางอย่างที่มาจากปากของคริสเตียโน่เองโดยตรง ถึงปัญหาส่วนตัวที่เขาขอลาทีมออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ถ้าเรายังไม่รู้ความเป็นจริง เราก็ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์เกินเลยไปกว่าจุดที่เราจะสามารถตำหนิได้

จนถึงวันนี้ เรายังไม่รู้เลยว่า ปัญหาของโรนัลโด้ที่ตัวเขาไป dealing กับ Personal Issues ของตัวเองนั้น มันคือปัญหาเรื่องอะไรกันแน่ อาจจะมีวงในที่เป็นเพื่อนสนิทที่รู้กันแล้ว แต่เรื่องปัญหานี้ เรายังไม่ได้รับคำตอบอะไรเลยแม้แต่คำเดียวจากปากของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่พูดถึงเรื่องนี้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่วันก่อนตอนที่มีข่าวโยงกับสปอร์ตติ้ง แอคเค้าท์officialของโด้ออกมาตอบโต้ข่าวลือย้ายทีมอย่างรวดเร็วทันทีว่า “FAKE”

ปัญหาที่เราคิดว่า โรนัลโด้ น่าจะทำอะไรให้มันดีกว่านี้หน่อยก็คือ การออกมา “เคลียร์ตัวเอง” ด้วยการพูดอะไรสักอย่าง จากปากตัวเองบ้างว่า มันเกิดอะไรขึ้น และทำไม เพราะอะไร

กรณีแรก ถ้าการแจ้งลาสโมสรในช่วงที่่ผ่านมา เป็นเพราะว่าเขาต้องการจะย้ายทีมไปเล่นในทีมที่อยู่ในถ้วยUCLจริงๆ ก็แค่ “พูดออกมาตรงๆ” ว่าต้องการความสำเร็จเพิ่มขึ้น อยากเล่นในUCL

ถ้าโด้พูดมาแบบนี้ บอกเลยว่า นอกจากจะไม่มีใครด่าหรือคลางแคลงใจแล้ว แฟนผีก็จะยิ่งลุ้นและภาวนาเอาใจช่วยซะด้วยซ้ำ

ไม่มีใครโกรธหรอกว่าแกจะย้าย มีแต่จะยินดี ทั้งคนที่รักชอบอยู่แล้ว และคนที่ไม่ชอบที่อยากขับไล่ไสส่ง + รอจังหวะด่ามานาน ก็จะยินดีเช่นกันถ้าโด้ย้าย ในมุมมองที่เขาคิดว่าโด้เป็นตัวปัญหาของทีมที่ทำให้ทีมชุดปีที่แล้วพัง

(ทั้งๆที่ปัญหามันฝังรากลึกที่ระบบ และการmanagementของผู้จัดการทีมทั้งสองคน โรนัลโด้ทำหน้าที่ในส่วนของเขาได้ดีเกินคำว่าเหลือเชื่อแล้วด้วยซ้ำกับสภาพทีมแบบนั้น)

กรณีที่สอง ต้องเข้าใจแกด้วยอีกส่วนหนึ่งว่า ในเรื่องปัญหาส่วนตัวของเขานั้น คนเราก็มีสิทธิ์ที่จะ “ไม่เปิดเผย” เรื่องราวส่วนตัว เรื่องราวภายในของตัวเองในครอบครัว หรืออาจไม่ใช่เรื่องครอบครัว แต่เป็นเรื่องอะไรสักอย่างที่มันเป็น “ปัญหาส่วนตัว” ที่เขาไม่ได้อยากให้ใครรู้ โรนัลโด้ก็เลยไม่พูดอะไรเลยเกี่ยวกับประเด็นนี้

อันนี้เข้าใจได้ และเราต้องเคารพเขา เหมือนกับที่บรูโน่ แฟร์นันด์ส เพิ่งออกมาพูดเมื่อวานว่า “เราต้องเคารพพื้นที่ส่วนตัวของเขา”

บรูโน่เป็นอีกคนนึงที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า โด้จะไม่มาซ้อม ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นก็คุยกันตามปกติว่าเดี๋ยวเจอกันที่แคริงตันวันซ้อม หลังแยกกันจากแคมป์ทีมชาติ บรูโน่เป็นอีกคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับโรนัลโด้ และได้พูดคุยกับเขาแล้ว ก็ยังออกมาพูดคำนี้ว่าเราจะต้อง “We have to respect his space”

บรูโน่เมื่อถูกถามถึงโรนัลโด้ เขาพูดเอาไว้ดังนี้

“ผมไม่รู้ว่าคริสเตียโน่แจ้งอะไรกับสโมสรหรือผู้จัดการทีม ผมไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง แต่เราจำเป็นต้องเคารพพื้นที่ส่วนตัวของเขา ทุกอย่างเท่าที่เรารู้ก็คือเขามีปัญหาเรื่องครอบครัวบางอย่าง เพราะงั้นเราต้องให้เวลากับเขานั่นแหละครับ แค่นั้นเอง”

“คริสเตียโน่เป็นดาวยิงสูงสุดของเราปีที่แล้ว เขาบวกสกอร์ให้ทีมเรา แต่สโมสรต้องเป็นคนตัดสินใจ คริสเตียโน่เองก็มีการตัดสินใจของเขา ส่วนผมนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเอายังไง

“ผมไม่รู้ว่าจริงๆแล้วในใจเขาคิดอะไรอยู่ เขาอยากจะย้ายรึเปล่าผมไม่รู้ เพราะผมไม่ได้ถามเขา สิ่งเดียวที่ผมถามคริสเตียโน่ที่ไม่ได้มาซ้อมก็คือ ครอบครัวเขายังโอเคอยู่ใช่ไหม เขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้น แค่นั้นแหละไม่มีอะไรมากกว่านั้น”


นอกจากนี้เพื่อนร่วมทีมหลายๆคนก็ยังคงออกมายกย่องนักเตะรายนี้ในแง่ positive กันอยู่จนถึงตอนนี้ ไม่มีใครในทีมที่พูดไม่ดีถึงคริสเตียโน่เลย ในกรณีที่เขาหายไปจากทีมจากปัญหาส่วนตัว ล่าสุดก็ยังเป็นราฟาเอล วาราน ที่มีสัมภาษณ์ตามหลังบรูโน่มาอีกคน

เรื่องของโรนัลโด้ ผู้เขียนเป็นอีกคนที่พยายามอดทนรอให้ความจริงทุกอย่างมันเคลียร์ออกมาให้หมดก่อน แล้วเราจึงค่อยพูดหรือวิจารณ์ เพราะข่าวต่าๆที่ออกมา ปัญหาของการเสพข่าวของแฟนบอลในยุคนี้คือ ไม่ค่อยดูแหล่งข่าวที่รายงาน แต่เห็นข่าวเขียนอะไรก็ด่ากันไปแล้วและเชื่อว่ามันจริง ทั้งๆที่อาจเป็นข่าวเต้าก็ได้ แหล่งข่าวก็เป็นtierต่ำๆที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน

อ้างอิงว่า “แหล่งข่าวใกล้ชิด” แบบนี้อยู่บ่อยๆ แค่ให้ยืนยันยังไม่ได้เลยว่าเอาข่าวมาจากไหน ก็มันเขียนกันเองขายกันเอง เหมือนเรื่องสปอร์ตติ้งนั่นแหละ

ปัญหาคือเรื่องนี้ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องรอจริงๆก็คือ การเคลียร์ความเป็นจริงทั้งหมดว่าจะเอายังไง ที่โด้ไม่มาปรีซีซั่น ที่เขาลาไปจัดการปัญหาส่วนตัวในครอบครัว มันคือเรื่องอะไร ตรงนี้อาจจะไม่มีทางได้รับดีเทลแน่นอน เพราะถ้าเป็นเรา เราคงไม่อยากเล่าเรื่องครอบครัวให้ใครฟังหรอก ต่อให้เป็นนักบอลชื่อดังขนาดไหนก็ตาม

แต่สิ่งที่โด้ทำได้นั้น มีเยอะกว่านี้ และเขาควรจะทำ นั่นก็คือการ “เคลียร์อนาคตตัวเอง” ให้มันชัดๆต่อสื่อ หรือช่องทางต่างๆของเขาเองสักหน่อยว่า ข่าวต่างๆที่ออกมา มันเรื่องจริงหรือไม่ จะย้ายทีมหรืออะไร ช่วยเคลียร์ให้มันชัดเจนหน่อย

แน่นอนว่า คุณไม่จำเป็นต้องออกมาเล่าหรอกว่า family problems ของคุณคืออะไร แต่สิ่งที่เราทุกคนต้องการ ก็คือการเคลียร์อนาคตตัวเอง “บ้าง” ว่าจะเอายังไงต่อ ก็แค่นั้นเอง

ประเด็นนี้ผมขออนุญาตตำหนิโรนัลโด้แบบเต็มๆเลย เพราะอย่างที่บอกไปแล้ว ถ้าโด้อยู่ต่อ เรายินดีมากๆ และจะดีใจจริงๆที่เขาเลือกที่นี่ ทั้งๆที่ไม่ได้ไปเตะบอลถ้วยใหญ่ ในยามที่ทีมก็ขาดมิติการเล่นของเขาที่เป็นกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติด้วย

แต่ถ้าย้าย แฟนผีก็ยินดีเช่นกัน เพราะอยากให้เขาประสบความสำเร็จ และไม่ได้ต้องการจะเห็นโด้ลงมาเล่นถ้วยเล็กอย่างยูโรปาลีกให้เหล่า Haters หยิบไปดูถูกดูแคลนกันตามสันดานอยู่แล้ว

แฟนบอลไม่ได้ต้องการอะไรหรอกครับ เค้าแค่ต้องการความชัดเจนแค่นั้นแหละ ถ้าจะมีสิ่งที่ “ด่าโรนัลโด้ได้” คือเรื่องนี้ ขอแค่เคลียร์อนาคตตัวเองให้รับรู้หน่อยว่า จะเอายังไง

คือถ้าไม่ย้าย แค่รอเพื่อนร่วมทีมกลับมาอังกฤษแล้วจะกลับเข้าทีม ก็ว่ามา

หรือ แค่อยากหาโอกาสย้าย แต่ยังไม่มีสโมสรที่ขาดกองหน้าตัวเป้า ไม่มีสโมสรสนใจจะเซ็นเขา ก็บอกมา แค่นั้น เราจะได้รู้ว่า โอเค จะย้าย แต่มันไม่มีโอกาส ก็อยู่ที่นี่ต่อ แค่นั้น

หรือ โด้ไม่เคยมีความคิดจะย้ายทีมเลย เพราะสิ่งที่เห็นคือการเดินงานตามหน้าที่ของ “เอเย่นต์” ไปตามปกติเฉยๆที่ต้องเป็นเซลล์ ขายความเป็นไปได้ที่จะย้ายทีมเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเขาเอง และเป็นทางเลือกของลูกค้าเขาอย่างโรนัลโด้แค่นั้น โด้อาจจะมองทางเลือกไว้เฉยๆ

อาจจะแค่กลับไปเคลียร์ปัญหาส่วนตัวจริงๆ ไม่ได้จะย้าย ข่าวเล่นกันไปต่างๆนานา สุดท้ายก็อยู่ในแผนการทำทีมต่อ เหมือนอย่างที่เอริค เทน ฮาก “ยืนยัน” และตอบคำถามสื่อในแง่เดียวเสมอว่า โรนัลโด้จะอยู่ในแผนการทำทีมของเขาแน่นอน นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้


ทั้งมหากาพย์แฟรงกี้ และเรื่องความไม่ชัดเจนของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้นั้น สุดท้ายแล้วทุกๆอย่างในกรณีทั้งสองนี้ เป็นสิ่งที่แฟนบอล และเอริค เทน ฮาก จะต้อง “รอจนกว่า” ทุกอย่างมันจะเคลียร์ ซึ่งมันเป็นเรื่องเงื่อนไขของ “เวลา” เป็นหลัก เวลาจะทำให้ทุกสิ่งคลี่คลายได้ ทั้งเคสแฟรงกี้ บาร์ซ่า แมนยู และการกลับมา หรือออกไป ของ CR7 

ทั้งสองมหากาพย์นี้ เราต้องรออย่างอดทน รอจนกว่าเขาเบื่อ รอจนกว่าเขาทิ้งเธอไปนั่นแหละ

เหลือก็แค่ว่า “แล้วฉันต้องรออีกนานแค่ไหน” นั่นเอง ที่เป็นคำตอบที่ยังไม่มีใครรู้

-ศาลาผี-

https://www.sportstiger.com/we-have-to-respect-his-space-manchester-uniteds-bruno-fernandes-on-cristiano-ronaldo/


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com