ชีวิตดั่งบทละครกับ “เวแวร์ตอน”

ชีวิตดั่งบทละครกับ “เวแวร์ตอน”


ผู้รักษาประตูมือ 3 กับความพยายามที่ไม่ลดละ

สำหรับเวแวร์ตอนการถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ในฐานะผู้รักษาประตูมือ 3 โอกาสในการลงเฝ้าเสาแทบจะไม่มี นอกจากนี้ นายทวารมือ 1 และ 2 ที่ขวางหน้าอยู่ ก็เป็นยอดฝีมือระดับโลก ทั้งอลิสซอน เบ็คเกอร์ และเอแดร์ซอน 

สิ่งหนึ่งที่เวแวร์ตอน พอจะทำได้ คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และซึมซับบรรยากาศ ในการแข่งขันเวิลด์ คัพ ให้มากที่สุด เพราะการถูกเลือกมาติดทัพเซเลเซาลุยรายการระดับเมเจอร์ ถือเป็นเกียรติยศส่วนตัว ที่ไม่สามารถมีใครมาขโมยไปได้ ทุกชัยชนะ และทุกความสำเร็จ เขาถือเป็นส่วนหนึ่งของมันด้วย 

แต่แล้ว …. ช่วง 10 นาทีสุดท้าย เกมที่บราซิล เอาชนะเกาหลีใต้ 4-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เวแวร์ตอน ถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่น ไม่มีใครบาดเจ็บ หรือไม่มีใครเล่นต่อไม่ไหวติเต้ผู้เป็นนายใหญ่ อยากมอบโอกาสให้เขาลงสัมผัสการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในชีวิต 

ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มเป็นต้นมา บราซิล ทำการส่งนักเตะ 25 คนลงสนาม เหลือเพียงแค่คนเดียว คือเวแวร์ตอน เท่ากับว่า ติเต้ ส่งนักเตะที่เรียกมาลงสนามครบทุกคน โดยกุนซือวัย 61 ปี รู้ดีว่าการลงเล่นฟุตบอลโลก มีความหมายต่อชายที่ชื่อเวแวร์ตอน มากเพียงใด

ตอนที่ผมเริ่มเล่นฟุตบอล ผมไม่กล้าบอกคุณแม่ด้วยซ้ำเวแวร์ตอน เริ่มเล่าถึงเส้นทางลูกหนังของตัวเอง จนก้าวมาเล่นกับสโมสรชื่อดังของบ้านเกิดอย่างโครินเธียนส์ผมเคยหนีออกจากศูนย์ฝึก และขอกลับบ้าน เพราะผมคิดถึงครอบครัวมาก

ผมถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณตา ผมไม่เคยมีพ่อ ส่วนแม่ก็ต้องออกไปทำงานอยู่เสมอ ผมต้องออกไปฝึกซ้อมฟุตบอลด้วยตัวเอง ด้วยการขี่รถจักรยานคันเล็กๆ เมื่อคุณเติบโตมาแบบนั้น คุณย่อมมีความปรารถนาอย่างหนึ่งในชีวิต นั่นคือการหมั่นเก็บเงิน เพื่อซื้อบ้านสักหลังให้กับแม่ พร้อมกับพาท่านออกจากชีวิตความเป็นอยู่แบบนั้น

ที่โครินเธียนส์ …. เขาตระหนักแล้วว่า ความฝันไม่เคยเป็นเรื่องง่าย โดยเขาถูกวางความสำคัญอยู่อันดับท้ายๆ ด้วยการเป็นนายทวารมือ 4 เขาแทบไม่เห็นโอกาสในการขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ จึงต้องออกหาเส้นทางผจญภัยด้วยตัวเอง ก่อนที่ปี 2010 เขาจะได้รับโอกาสลงเล่นมากขึ้น จากการย้ายไปร่วมทีมปอร์ตูกูเอซ่า และพาทีมคว้าแชมป์ระดับลีกรอง ตามด้วยการย้ายไปแอตเลติโก้ พาราเนนเซ่ และปัจจุบันกับพัลไมรัส 


ช่วงปี 2016 ถือเป็นห้วงเวลาที่สำคัญในชีวิตของเขา เมื่อถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล และคว้าแชมป์โอลิมปิก เป็นผลสำเร็จ ช่วงเริ่มแรก เขาแทบไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเลย

โอลิมปิก 2016 ผมมีความทรงจำที่ดีมาก เมื่อเราออกจากโรงแรม แฟนบอลบ้าคลั่งมากๆ เมื่อพวกเขาได้เห็นซูเปอร์สตาร์อย่างเนย์มาร์ เมื่อถึงคราวที่ผมเดินออกมา พวกเขาแอบกระซิบกันว่าหมอนี่เป็นใครกัน ?- นี่คือสิ่งที่ผมเจอทุกวัน เหมือนกับภาพที่ถูกฉายซ้ำอยู่ร่ำไป

เมื่อเราจบการแข่งโอลิมปิก ในฐานะแชมป์ (เขาเซฟจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศกับทีมชาติเยอรมัน) ผมคิดว่าตัวเองคือหนึ่งในกลุ่มนักเตะ ที่ออกลงจากรถบัสเป็นคนท้ายๆ ผมได้ยินเสียงผู้คนโห่ร้องด้วยความยินดี ผมคิดว่า พวกเขาต้องกรี๊ดให้เนย์มาร์ อย่างแน่นอน เพราะเขาอาจอยู่ด้านหลังผม เมื่อผมหันกลับไปมอง กลับพบว่าผมยืนอยู่คนเดียว วินาทีนั้น ผมรู้แล้วว่า ตัวเองเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

เหรียญทองโอลิมปิก คือความสำเร็จระดับทีมชาติ รายการเดียวที่แม่เห็น เพราะ 4 ปีต่อมา แม่ของเขาเสียชีวิตไป น่าเสียดายที่ท่านไม่ได้เห็นลูกชายลงเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย อย่างไรก็ตาม แม่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนในตัวเขาอยู่เสมอ 

การมีส่วนร่วมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นอะไรที่น่ายินดี มันเป็นสิ่งที่ผมฝันมาตลอด เพราะผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางร่วมกับทีมชาติ เมื่อคุณก้าวหน้าในอาชีพ ระดับความคาดหวังย่อมเพิ่มขึ้นตาม นั่นคือสิ่งที่คุณมีในชีวิต โดยถือว่าเป็นแรงผลักดัน ในการช่วยให้คุณบรรลุความฝัน ผมจะทุ่มเททุกวัน ทั้งในการฝึกซ้อม และการลงแข่ง เพื่อให้แน่ใจว่า ความฝันในการเล่นฟุตบอลโลก จะกลายมาเป็นความจริง 

เวแวร์ตอน กล่าวทิ้งท้าย


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com