คนสำคัญของ “ช้างศึกซีเกมส์”

คนสำคัญของ “ช้างศึกซีเกมส์”


เป้าหมายแรกของทัพ "ช้างศึกซีเกมส์" ผ่านไปแบบทุลักทุเล เมื่อผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม บี หลังเอาชนะ สปป.ลาว ไป 1-0 โดยได้ประตูชัยจากการทำเข้าประตูตัวเองของ อัต เวียงคำ แบ็คขวาของทีมเพื่อนบ้าน

ซึ่งในรอบตัดเชือก ทีมชาติไทย ต้องเจอของแข็งอย่าง อินโดนีเซีย รองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ที่นำทัพมาโดย ชิน แต ยอง กุนซือเลือดโสมขาว ที่ติดตั้งระบบเพรสซิ่งอันดุดันให้กับขุนพล “อิเหนา” 

นอกจากนี้ยังมี 2 คีย์แมนอย่าง วิตัน สุเลมาน และ เอกี้ เมาลาน่า ปีกจอมพริ้วติดทัพมาลุยซีเกมส์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งทั้งคู่ยิงไป 3 ตุง นำเป็นดาวซัลโวร่วม ยิ่งทำให้แนวรุกน่าสะพรึงขึ้นไปอีก 


อย่างไรก็ตาม ไทย เองก็มีผู้เล่นฝีเท้าไม่ธรรมดา พร้อมชนกับทัพลูกหนัง อินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็น โจนาธาร เข็มดี แนวรับลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ที่พกความดุดันมาเต็มกระเป๋า 

แดนกลางยังมี ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช กองกลางเอสโตริล ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ด้วยสไตล์การเล่นบู๊แหลก การอ่านเกมสุดเฉียบ และแพสชั่นฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความกระหายในชัยชนะ

หรือจะเป็นพ่อมด วีระเทพ ป้อมพันธ์ กับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ที่เตรียมร่ายมนต์ให้หัวหอกอย่าง พาตริก กุสตาฟส์สัน เจ้าของผลงาน 3 ประตู นำเป็นดาวซัลโวร่วม และ กรวิชญ์ ทะสา ที่กำลังฟอร์มแรงกด 2 เม็ด กับการลงสนาม 2 นัด ล่าตาข่าย 


ซึ่งเชื่อว่าเกมวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ จะร้อนระอุ ไม่แพ้รอบชิงชนะเลิศเลยทีเดียว 

แต่อีกหนึ่งนักเตะที่ไม่พูดถึง เพราะมีส่วนกับการก้าวขามาเล่นในรอบรองชนะเลิศของทีมชาติไทย ในซีเกมส์บนแผ่นดินญวนคือ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ 

ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นมีเสียงวิจารณ์ “มาโน่ โพลกิ้ง” ว่าไม่ควรเรียก “กวินทร์” มาบินที่เวียดนาม เพราะเจ้าตัวผลงานไม่ดีกับ “การท่าเรือ เอฟซี” ต้นสังกัดปัจจุบัน

มีจังหวะผิดพลาดทำให้ทีมเสียประตู เรียกได้ว่าฟอร์มการเล่นอยู่ในช่วง “ขาลง” ก็ไม่ผิดนัก 


ควรที่จะให้ผู้รักษาประตูเลือดใหม่อย่าง “เกียรติพล อุดม” จาก เชียงใหม่ เอฟซี หรือ “โสภณวิชญ์ รักญาติ” ของ อยุธยา ยูไนเต็ด ที่ได้ลงเฝ้าเสาอย่างต่อเนื่องมาติดทัพดีกว่า 

แถมยังเป็นการเตรียมพร้อมและสร้างความมั่นใจก่อนทำศึกใหญ่ ชิงแชมป์ เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่อุซเบกิสถานเดือนมิถุนายนนี้ด้วย

ขนาดสื่อหลายๆ สำนัก ยังเห็นดีเห็นงาม พร้อมโพสต์ข้อความกระตุ้นให้ “ตอง” ควรพิจารณาถอนตัว เพื่อเปิดทางให้น้องๆ ได้แจ้งเกิดดีกว่า 


แต่ “ตอง” ไม่ได้ออกมาตอบโต้ใดๆ เพราะมันไม่ใช่วิถีของมืออาชีพอยู่แล้ว เมื่อเป็นผู้ถูกเลือกเขาต้องมีสมาธิ และพร้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น 

ที่สำคัญเขาต้องพิสูจน์ฝีมือในสนามเพื่อลบคำสบประมาทให้ได้ 

เกมแรกเขาไม่อาจช่วยทีมให้รอดความปราชัยจาก “มาเลเซีย” แต่ในเกมต่อมากับ สิงคโปร์, กัมพูชา และ สปป. ลาว เขาพาทีมเก็บคลีนชีทไม่เสียประตูทุกนัด 

แถมมีช็อตเซฟสำคัญช่วยให้ทีมไม่เสียประตูอีกด้วย 


ไฮไลท์เด่นสุดคงหนีไม่พ้นจังหวะที่ไปลาก จักรกริช พาละพล ที่กำลังเดือดหลังปะทะกับผู้เล่น สปป.ลาว ออกมาสงบสติอารมณ์และดึงสมาธิน้องๆ ให้กลับมาโฟกัสเกมในสนามอีกครั้ง 

นี่คือนี่สิ่งที่ “มาโน่” ต้องการจาก “ตอง” คือแพสชั่นแห่งผู้ชนะ ความเป็นผู้นำ คอยเตือนสถิติ และทำให้น้องๆ ในทีมมีสมาธิกับเกมที่กดดันทุกนัดที่ลงสนาม

ซึ่ง “ตอง” สามารถตอบโจทย์และทำตามหน้าที่สมกับปลอกแขนกัปตันทีมในรัดอยู่บนแขนได้อย่างไร้ที่ติ 

สมแล้วที่เขาจะเป็น “คนสำคัญของทีม” และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ทองแท้ ย่อมไม่กลัวไฟ” พร้อมชนทุกเสียงวิจารณ์ ด้วยฝีมือ และความแกร่งของหัวใจ

นี่แหละเขาเรียกว่า “มืออาชีพ” ที่คู่ควรกับเสียงปรบมือเป็นไหนๆ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com